Responsive image Responsive image

ทำไมเด็ก ๆ ต้องเรียนรู้เรื่องข้าว

21 กรกฎาคม 2564



ทำไมเด็ก ๆ ต้องเรียนรู้เรื่อง “ข้าว”?

โลกใบนี้มีเรื่องให้เด็ก ๆ เรียนรู้มากมาย ตั้งแต่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ได้อย่างไร ไปจนถึงเราจะข้ามอวกาศไปสร้างอาณานิคมใหม่ได้หรือยัง แต่นอกเหนือจากเรื่องนอกตัวเหล่านั้น เราคิดว่าสิ่งสำคัญที่เด็ก ๆ ควรเรียนรู้ คือเรื่อง “ข้าว” ที่เขากินทุกวัน เรียนรู้ประโยชน์จากอาหารหลักทุกมื้อ ได้เข้าใจว่ากว่าจะเป็นข้าวสวยร้อน ๆ ในจานต้องผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง ข้าวที่เด็ก ๆ กินนั้น มาจากนาที่ไหน ดิน น้ำ อากาศเป็นอย่างไร หรือแม้แต่ชาวนาที่ปลูกข้าวให้เป็นใคร ความเป็นอยู่เหมือนหรือต่างจากเราแค่ไหนกัน 

ทั้งหมดในจักรวาลรอบจานข้าวนี้ จะทำให้เด็ก ๆ ตระหนักถึงความสำคัญของอาหาร ของสิ่งแวดล้อม และของเพื่อนร่วมโลกต่างวัยในคำเดียวกัน

ทำไมศาลานาถึงเชื่อว่าเด็ก ๆ ต้องเรียนรู้เรื่องนี้?

เพราะเด็กคือผืนนาที่ดีที่สุด ที่จะปลูกฝังแนวคิดยั่งยืนให้กับเขา เพื่อให้พวกเขาได้เติบโตและส่งต่อแนวคิดนี้ให้กว้างขวางขึ้น ศาลานาจึงให้ความสำคัญกับการสร้างกระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับข้าวให้เด็ก ๆ อยู่เสมอ อาทิ โครงการที่ศาลานาร่วมกับเกษตรกรในเครือข่าย ทำกิจกรรมอาหารปลอดภัย หัวใจอินทรีย์ในโรงเรียน ที่ชักชวนเด็ก ๆ มาลงแปลงทำเกษตรอินทรีย์ เข้าใจความสำคัญของอาหารปลอดภัย ปราศจากเคมี และได้เรียนรู้ว่าผลกระทบจากเกษตรรูปแบบเดิม ๆ ที่พวกเขาคุ้นเคยในพื้นที่ ส่งผลกระทบอย่างไร ซึ่งนอกจากเมล็ดพันธุ์ที่ดีจะถูกปลูกฝังอยู่ในตัวพวกเขา เด็ก ๆ ยังสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ขึ้นด้วยการบอกพ่อแม่ และคนในครอบครัวให้เปลี่ยนแปลงตามสิ่งที่ได้เรียนรู้มาอีกด้วย
ใครจะบอกว่าเด็ก ๆ ไม่มีพลัง!

หรือกิจกรรมที่จัดร่วมกับเครือข่ายอย่างตลาดบ้านรังนก อย่างการได้พาเด็ก ๆ ในเมืองไปลุยท้องนา หว่านข้าว ลงมือลงแรงเรียนรู้ไปกับเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือได้เรียนรู้ว่าเขาจะหุงข้าวจากฟืนและกระบอกไม้ไผ่ได้อย่างไร ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้เด็ก ๆ ที่อาจจะคุ้นเคยกับห้องแอร์ คอนกรีต และเมืองใหญ่ ได้สัมผัสกับธรรมชาติที่อ่อนโยน เลอะเทอะ และอร่อยอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน! พ่อแม่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อยู่บ้านไม่เห็นกินข้าวเก่งขนาดนี้!

และแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ ที่พวกเขาได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์สั้น ๆ แต่เราก็เชื่อว่าความเคารพในอาหาร ธรรมชาติ และเพื่อนร่วมโลก จะถูกส่งต่อไปเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น

เราเชื่อว่าวันพรุ่งนี้ วิถีอินทรีย์ที่ยั่งยืนจะงอกงาม



เรื่องที่น่าสนใจ

ในแบบเรียนภาษาไทย เราได้อ่านเรื่องราวความอุดมสมบูรณ์ของผืนนาผ่านตัวสะกดง่าย ๆ

ในกาลก่อน “นาข้าว” เป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่ทำให้เราสามารถมีกิน มีใช้ ได้อย่างไม่รู้หมด ทว่าในยุคหลังไม่กี่สิบปีมานี้ การทำนาแบบดั้งเดิมเพื่อกิน เพื่อใช้ เริ่มหายไป ชาวบ้านต่างทำนาเพื่อให้ได้ผลผลิตมาก ๆ

ประเพณีเก่าที่หายไปจากคลองนกกระทุง 60 ปี

ครอบครัวเรา กินข้าวหม้อเดียวกัน ข้าวอินทรีย์ 5 สายพันธุ์ หุงหม้อเดียว กินดีทุกวัย

ถ้าพูดถึงเรื่องผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้าวและการทำนา เราเชื่อว่าชื่อของ เดชา ศิริภัทร หรืออาจารย์เดชาจะติดโผขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ